|
เบญจกูล สมุนไพรตำรับอายุวัฒนะสร้างสมดุลธาตุ บำรุงธาตุ มหาพิกัด เบญจกูล ร่างกายสมดุลก็ไม่เจ็บป่วย

ข้อห้าม: ห้ามสตรีมีครรภ์ทาน
พิกัด ที่เป็นยาอายุวัฒนะและใช้กันในแพทย์แผนไทย พูดที่ไหนก็ทราบถึงสรรพคุณนั้นมี พิกัดยา เบญจกูล เป็นพิกัดยาอายุวัฒนะ เป็นภูมิปัญญาสมุนไพรที่เคยใช้ดูแลรักษาสุขภาพมานานนับพันปี โดยเฉพาะยาตำรับนี้เป็นยาเพื่อส่งเสริมสุขภาพและดุลยภาพของร่างกาย จิตใจให้เป็นปกติ แข็งแรง ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บ
คนโบราณมักมีตำรับยาอายุอธิบดี กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก แนะนำวิธีการดูแลสุขภาพด้วยหลักการแพทย์แผนไทยในช่วงหน้าหนาวนี้ ว่า จากทฤษฎีของแพทย์แผนไทยที่บอกว่า คนเรามีธาตุเป็นองค์ประกอบ 4 ธาตุ ได้แก่ ดิน น้ำ ลม ไฟ โดยการเจ็บป่วยในแต่ละช่วงฤดูกาลจะขึ้นอยู่กับการเสียสมดุลธาตุในช่วงนั้นๆ
โดย ในหน้าหนาวจะเกี่ยวข้องกับธาตุน้ำในร่างกายที่ขาดสมดุล สำหรับอาการที่มักจะพบบ่อยๆ คือ มีเสมหะ เจ็บคอ แสบคอ ซึ่งเป็นโรคในกลุ่มทางเดินหายใจของแพทย์แผนปัจจุบันนั่นเอง วัฒนะ กินแล้วร่างกายมีความสมดุล แข็งแรง มีความพร้อมไว้ต้านทานโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ยก ตัวอย่างให้ทำกินใช้เองได้ ดังนี้ ตำรับนี้เป็นตำรายาคลาสสิก กล่าวไว้ในตำราการแพทย์แผนไทย ที่ช่วยบำรุงธาตุในร่างกายมนุษย์ให้สมดุล เหมือนเป็นยาอายุวัฒนะอย่างดีเมื่อร่างกายมีความสมดุลนั่นเอง ตัวยาประกอบด้วย ๕ ชนิด ๑. ผลดีปลี ๒. รากช้าพลู ๓. เถาสะค้าน ๔. รากเจตมูลเพลิงแดง ๕. เหง้าขิง
อย่างไรก็ตาม แม้การใช้สมุนไพรทั้ง 5 ชนิดร่วมกันจะปรับธาตุอย่างได้ผล แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหรือข้อห้ามที่ไม่ควรใช้เช่นกัน ซึ่ง หมอแผนไทยจะห้ามใช้สมุนไพรกลุ่มนี้กับคนที่เป็นไข้ตัวร้อน ความดันโลหิตสูง คนที่มีแผลเปื่อยอักเสบ และว่า ที่คุณแม่ซึ่งตั้งท้องจะอ่อนหรือแก่ก็ห้ามเด็ดขาดเพราะมียาที่สามารถทำให้ แท้งได้

ผลดีปลี สรรพคุณ ตามตำราแพทยศาสตร์สังเคราะห์ ระบุว่า ช่วยขับลม และจากการศึกษาเพิ่มเติมพบว่าช่วยในการบีบรัดตัวของระบบทางเดินอาหารด้วย ส่งผลดีต่อการขับถ่ายและผิวหนังแตกระแหง อีกทั้งยังแก้ปวดเมื่อย เจ็บเนื้อเจ็บหลังได้อีกด้วย รากช้าพลู ช่วยระงับขับเสมหะ ช่วยย่อยอาหาร ขับลมในลำไส้ แก้ปัสสาวะมากเกินไป หรือปัสสาวะขัด เถาสะค้าน ช่วยได้เมื่อเกิดเบื่ออาหาร หายใจขัด และท้องเต็มไปด้วยลม รากเจตมูลเพลิงแดง ซึ่ง ก็เป็นอีกหนึ่งชนิดที่น่าสนใจนิยมใช้ขับเลือดลม แต่ถ้าหากใช้ผิดวิธีก็จะทำให้คนมีครรภ์แท้งได้เช่นกัน ซึ่งก็เป็นข้อจำกัดของสมุนไพรไทยชนิดนี้ เหง้าขิง ซึ่งมีชื่อเสียงมากตัวหนึ่งในเครื่องประกอบยาอายุึวัฒนะทุกตำรับ
ปรับธาตุ 5 กินอิ่ม นอนสบาย เมื่อ พิจารณาและรวมข้อมูลทั้งหมดแล้ว อ.กุสุมา พบว่า ทั้งในตำราแพทยศาสตร์สงเคราะห์ และคำบอกเล่าของแพทย์แผนไทย และหมอพื้นบ้านต่างเห็นเป็นอย่างเดียวกันว่า “เบญจกูล” ช่วยปรับธาตุทั้ง 4 ในร่างกายได้อย่างสมดุล ทำให้ไม่เจ็บไม่ไข้ กินอิ่มและหลับสบาย “จาก การศึกษาตำราคัมภีร์ ถ้าเป็นอะไรเกี่ยวกับการปรับธาตุเสมอๆ จากการสัมภาษณ์หมอต่างๆ ก็จะคล้ายๆ กัน รายละเอียดของการหลากหลาย เนื่องจากแต่ละคนมีสัดส่วนการใช้ไม่เหมือนกัน เรียกว่า ยักย้ายถ่ายกระแสยา กล่าวคือ คนแต่ละคนจะใช้ยาไม่เท่ากัน เรียกเป็นตำรับยา ซึ่งแต่ละอันมีทั้งเท่ากันและไม่เท่ากันตามสัดส่วนของพิกัดยาที่ปรุงไว้” อย่าง ไรก็ตาม แม้การใช้สมุนไพรทั้ง 5 ชนิดร่วมกันจะปรับธาตุอย่างได้ผล แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหรือข้อห้ามที่ไม่ควรใช้เช่นกัน ซึ่งหมอแผนไทยจะห้ามใช้สมุนไพรกลุ่มนี้กับคนที่เป็นไข้ตัวร้อน ความดันโลหิตสูง คนที่มีแผลเปื่อยอักเสบ และว่า ที่คุณแม่ซึ่งตั้งท้องจะอ่อนหรือแก่ก็ห้ามเด็ดขาดเพราะมียาที่สามารถทำให้ แท้งได้
อยู่อย่างไรในหน้าหนาว นอกจากอาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ อ่อนเปลี้ยละเหี่ยแรงโดยหาสาเหตุไม่ได้แต่แก้ด้วยการปรับธาตุไปก่อน 1-2 สัปดาห์แล้วค่อยให้ยาตัวอื่นตามก็จะทำให้อาการดีขึ้นได้แล้ว ในเวลาอากาศหนาวซึ่งช่วงนี้ทั่วประเทศไทยส่วนใหญ่กำลังประสบกับภาวะหนาว เฉียบพลัน คือ หนาวเร็ว และหนาวมากในบางพื้นที่มีผู้ป่วยจากน้ำท่วมอยู่ก่อนแล้ว ยิ่งประสบกับภัยหนาวอีกจะทำให้ไม่สบายเรื้อรังได้ การกินยาเบญจกูลเพื่อปรับธาตุ 1-2 สัปดาห์จะช่วยยับยั้งบรรเทาการเกิดไข้เนื่องจากเปลี่ยนฤดูได้ จะไม่ต้องเจ็บป่วย อาการหนาว การกินยาปรับธาตุ 1-2 สัปดาห์ อาการเป็นไข้เปลี่ยนฤดูก็จะบรรเทาและไม่เจ็บป่วยได้ รูปแบบของการใช้เบญจกูลจะแตกต่างกันออกไปบางแห่งใช้ต้มในรูปน้ำ บ้างใช้เป็นยาเม็ด และปัจจุบันพัฒนาเป็นแคปซูล โดยในอนาคตอาจจะได้รับการพัฒนาต่อยอดด้านเภสัชวิทยาและคลินิกต่อไป ตำรับ ยาเบญจกูล เป็นยารสเผ็ดร้อนและเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาสมุนไพรที่ใช้ดูแลสุขภาพกันมานาน หลายร้อยมิหนำอาจจะล่วงถึงพันปี การนำกลับมาใช้อย่างต่อเนื่องในยุคปัจจุบันอาจจะเพิ่มตัวเลือกให้แก่กลุ่มยา ส่งเสริมสุขภาพที่ช่วยรักษาดุลยภาพระหว่างธาตุในร่างกายและธาตุของจิตใจให้ เป็นปกติ แข็งแรง เข้าทำนองสุภาษิต “กันไว้ดีกว่าแก้ แย่แล้วแก้ไม่ทัน” จริงไหม
|
ข้อมูลอ้างอิง
"ณรงค์ มาคง" เป็นครูภูมิปัญญาไทย ด้านการแพทย์แผนไทย รุ่นที่ 2 ประจำปี 2545 หากใครได้สนทนาด้วยจะรู้ว่าคุณสมบัติ ของครูรณรงค์มีมากกว่านั้นเสียอีกเพราะเป็นหนึ่งในจำนวนน้อยคนนักที่สามารถ อ่านและแปลตำรายาโบราณ ภาษาขอมได้
ความรู้ความสามารถของครูรณรงค์ซึ่งเป็นทั้งอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และแพทย์ประจำ ตำบล ทำให้ประยุกต์
หมอ แผนไทยคนนี้มีสูตรยารักษาได้หลายโรค อย่างความดันต่ำ จะให้ทานยาบำรุง ส่วนความดัน สูงจะให้ยาลด มีบอระเพ็ดกับฟ้าทะลายโจร แต่ลดแล้วก็ต้องหยุด เพราะถ้าทานไปมากเกินไปก็มีอันตรายอีก สำหรับบอระเพ็ด อย่างเดียวหรือฟ้าทะลายโจรอย่างเดียวเอามาบดเป็นผงแล้วใส่แคปซูลทำให้กิน ง่าย ส่วนคนที่รักษาทางด้าน สมุนไพรเมื่อรักษาอาการหายแล้วก็ต้องหยุดทาน แต่มียาบางอย่างที่ทานต่อไปเรื่อยๆ เช่น ยาธาตุเบญจกูลซึ่ง เป็นยาอายุวัฒนะ
สมัยก่อนฤษีมี 5 ตน เขาจะทานแต่ละอย่างไปตลอดชีวิต ปรากฏว่า รุ่นนี้มีอายุสองร้อยกว่าปี มันไม่พิษสะสมใน ร่างกายจะทานได้เรื่อย
สมุนไพร ไทยนั้นมีสรรพคุณรักษาโรคหลายอย่าง แต่หากทานมากเกินไปก็ใช่ว่าจะดีอย่างที่ครูรณรงค์เตือน " มีบางอย่างที่ยาทางแผนไทยกับยาทางแผนโบราณขัดกัน คือทางแผนไทยบอกทานมากมันจะสะสม แต่ ของแผนโบราณเขาจะทำมาพอดีไม่สะสม อย่างยาธาตุเบญจกูล หรือยาอายุวัฒนะ ถ้าทานเรื่อยๆจะดี ถ้าไม่ทาน ก็ไม่ดี หรืออย่างกวาวเครือโดดๆมันก็อันตราย จริงๆเมื่อก่อนเขาใช้ยาลบล้างพิษกันไว้แล้ว จึงไม่เป็นอันตราย กินตลอดชีวิตได้ แต่ปัจจุบันไม่เรียนไม่รู้แล้วก็ไปฝืนเขา ไปบอกว่าหมอโบราณไม่ดีที่จริงถ้าเราเรียนเราจะเห็นว่า ละเอียดลึกซึ้งมากเราจะตามไม่ค่อยจะทัน บางทีจบปริญญาโทแล้วยังไปสอบตกเภสัชเวช ต้องละเอียดมาก"
อ้างอิง : มติชน 1 ตุลาคม
|
กลุ่มคนที่น่าเป็นห่วงในฤดูหนาว คือ คนที่เป็นโรคประจำตัวคือ หอบหืด ซึ่งมีโอกาสถูกกระตุ้นให้แสดงอาการได้ง่ายและเร็วกว่าฤดูอื่นๆ ดัง นั้น การดูแลสุขภาพในหน้าหนาวของการแพทย์แผนไทยต้องใช้ทฤษฎีเรื่องอาหารปรับสมดุล ธาตุน้ำ โดยใช้รสชาติของอาหารป้องกันการเจ็บป่วยช่วยปรับธาตุทั้ง 4 ให้สมดุล
มหาพิกัด ตำรับ เบญจกูล บรรจุ 500 มลก. 100 แคปซูล/ขวด ต้องการสั่งซื้อ  |
|