ต้อนรับสู่บทความ

ไขมันพอกตับ ใช้ สมุนไพร ตรีผลา ได้ผลไหม

ไขมันพอกตับ และ ตรีผลา สมุนไพรไทย รักษาโรค

  ภาวะไขมันพอกตับอาจนำไปสู่โรคร้ายแรง  เช่น  ตับแข็ง  ตับวาย  มะเร็งตับเกิดขึ้นได้ทั้งกับผู้ที่ดื่มและไม่ดื่มสุรา  โดยผลการศึกษาจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง  สาขาวิชาเวชศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ  พบว่า  ประชากรไทยมีความชุกของภาวะไขมันพอกตับสูงถึง39.6%  โดยพบในชายมากกว่าหญิงถึง7เท่า

ไขมันพอกตับเพิ่มได้ลดได้  เพียงปรับอาหารให้เหมาะสม  ไม่ลืมแทนที่เครื่องดื่มรสหวานด้วยเครื่องดื่มลดไขมันและเพิ่มการออกกำลังกาย

กินป้องกันไขมันพอกตับ

สมุนไพร  รักษาโรค Thai Herb

  การกินผิดย่อมทำให้เกิดการสะสมไขมันตามอวัยวะต่างๆ ของร่างการไม่เว้นแม้กระทั่ง”ตับ”ซึ่งนำไปสู่ภาวะไขมันพอกตับได้

ปัจจุบันยังไม่มียารักษาเฉพาะ  แต่สามารถป้องกันได้ เพียงหลีกเลี่ยงการดื่มสุรา ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ และออกกำลังการเป็นประจำ นอกจากนี้อาหารก็มีบทบาทสำคัญช่วยป้องกันการเกิดโรค  รวมถึงช่วยเสริมการรักษาให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

 ตรีผลา สมุนไพรไทย รักษาโรค ล้างพิษ ลดหน้าท้อง ไขมันพอกตับ ที่ไปไกลขนาด ออก TV รายการ ผญ-ผญ  งานสมุนไพรแห่งชาติ กินดีอยู่ดีฯลฯ และยังช่วยยืดอายุ ดูดีสมวัย มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง 

  ตรีผลาเป็นสมุนไพรปรุงชั้นสูง เรียกว่ามหาพิกัดตรีผลา ตามตำราแพทย์ไทยมีฤทธิ์ ต้านอนุมูลอิสระ ผลิตจากสมุนไพรล้วน มีส่วนผสมของ ลูกสมอไทย ลูกสมอพิเภก  มะขามป้อม  ท่านสามารถทานอย่างมั่นใจว่าเราให้ท่านได้สารสมุนไพรดีทอกซ์ ล้างพิษ ไม่ใช่ยาระบายที่ทำให้เกิดพิษในลำไส้มากกว่าที่จะล้างพิษ  ดังนั้นท่านจะได้ทานสมุนไพรล้างพิษจริงๆ ไม่ใช่ยาระบายและไม่ใช่สมุนไพรเพื่อลดน้ำหนักเป็นหลัก เพียงแต่มีผลด้านลดนำหนักและล้างพิษ 

สมุนไพร รักษาโรค Thai Herb

สมุนไพร รักษาโรค Thai Herb

แล้วยาที่บอกว่าทานมื้อเดียว หรือ กล่องเดียว หรืออาทิตย์เดียวมีด้วยเหรอ

  ลดเพ้อฝัน ไม่ถูกหลอกลวง คิดดูว่าการล้างพิษ 3 วันกับสารพิษที่สะสมมานับปี มีตะกรัน ตะกอน เกาะตามข้องอต่างๆ ย่อมเป็นไปไม่ได้   การใช้เคมีล้างพิษสิ่งที่เหลือคือเคมีของสารล้างพิษนั่นเอง  การล้างพิษที่ดีคือทานสมุนไพรที่มีสรรพคุณหลากหลายทั้งล้างพิษและเสริม บำรุงร่างกาย และขอให้ดูว่าไม่ใช่สมุนไพรที่เป็นยาระบายเป็นหลัก เพราะก็แค่ขับอุจาระ ใช้สมุนไพรด้านล้างพิษ ไม่ใช่ขับอุจาระ ระบาย เช่น ส้มแขก ใบมะขาม  การล้างพิษกลายเป็นการขับอุจาระ ผิดอย่างยิ่ง ตรีผลา ทานไม่ต่ำกว่า 6 เดือน 

  อาหาร ลดไขมันในตับ  ลดน้ำตาลในเลือด จากน้ำมันมะกอก แนะนำว่าเอาไปดัดแปลงกับอาหารที่ทานประจำวันได้ดี

  อาหารเมดิเตอร์เรเนียน  (the mediterraean diet) มีชื่อเสียงด้านชะลอวัยและต้านโรคความเสื่อม สมาคมยุโรปเพื่อการศึกษาและวิจัย (European association for the study of the liver)

อาสาสมัครทั้งหมดได้รับการรักษาด้วยอาหาร 2 ประเภทคือ อาหารเมดิเตอร์เรเนียนและอาหารที่มีไขมันต่ำคาร์โบไฮเดรตสูง (a low fat-high carbohydrate diet)ผลัดเปลี่ยนกันนาน 6 สัปดาห์  หลังสิ้นสุดการศึกษาพบว่า อาหารเมดิเตอร์เรเนียนช่วยลดระดับไขมันพอกตับได้ดีกว่าอาหารที่มีไขมันต่ำคาร์โบไฮเดรตสูง ทั้งยังช่วยเพิ่มความไวของอินซูลิน  ช่วยให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดดีขึ้นอีกด้วย

สมุนไพร รักษาโรค Thai Herb

  แม้อาหารเมดิเตอร์เรเนียนจะไม่ช่วยลดน้ำหนักของอาสาสมัคร  แต่สามารถลดระดับไขมันในตับได้และควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเพื่อนำมาใช้กับผู้ป่วยควบคู่กับการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบันต่อไป

สมุนไพร รักษาโรค Thai Herb

 

        ผลการศึกษาหลายชิ้นยืนยันว่า  อาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่เน้นไขมันดีจากน้ำมันมะกอกช่วยต้านโรคและทำให้มีอายุยืนยาว โดยรูปแบบอาหารที่เหมาะสมมีดังนี้

กินผัก ผลไม้  และข้าวหรือแป้งไม่ขัดสีเป็นอาหารหลักหากมีโรคประจำตัวคือโรคเบาหวาน  ควรกินผลไม้รสไม่หวานจัด เช่น ชมพู่  ฝรั่ง  มะม่วงดิบ แก้วมังกร

ใช้น้ำมันมะกอกปรุงอาหารแทนน้ำมันชนิดอื่น แนะนำให้ผัดน้ำมันมะกอกโดยใช้ไฟอ่อนหรือปรุงเป็นน้ำสลัด

ใช้สมุนไพรและเครื่องเทศ เช่น ขมิ้น  อบเชย  พริกไทย  ปรุงอาหารแทนเกลือ ซอสปรุงรส  หรือผงชูรส

หลีกเลี่ยงการกินเนื้อแดง  กินปลาอย่างน้อยสัปดาห์ละ2 ครั้ง

นอกจากนี้ควรออกกำลังกายสม่ำเสมอและต่อเนื่องครั้งละ30นาที  สัปดาห์ละ5วันร่วมด้วย

อาหารน้ำตาลต่ำ  ช่วยได้ พร้อม ลดเบาหวาน ต่างหาก 

         เมื่อสงสัยว่าเครื่องดื่มรสหวานมีผลต่อการเกิด ภาวะไขมันพอกตับ  มหาวิทยาลัยทัฟท์สและวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ดประเทศสหรัฐอเมริกา  จึงเก็บข้อมูลของผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับประมาณ 5,908คน  เพื่อศึกษาความถี่ในการดื่มเครื่องดื่มรสหวานและน้ำอัดลมผสมน้ำตาลเทียม

      จากการสังเกตสามารถแบ่งผู้ที่มีภาวะไขมันพอกตับออกเป็น  3  กลุ่ม  ได้แก่  กลุ่มที่ดื่มเครื่องดื่มรสหวานน้อยกว่าสัปดาห์ละ  1  แก้ว  ถึงเดือนละ1แก้ว กลุ่มที่ดื่มน้อยกว่าวันละ1แก้ว  ถึงสัปดาห์ละ1แก้ว และกลุ่มสุดท้ายคือ  ผู้ที่ดื่มมากกว่าวันละ1แก้ว

นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า  อาหารที่มีน้ำตาลต่ำ  คาร์โบไฮเดรตต่ำ  มีผลต่อการลดไขมันร้าย  เช่น  ไตรกลีเซอไรด์  ซึ่งเป็นไขมันชนิดที่สะสมในตับ และเพิ่มระดับไขมันดีเอชดีแอลซึ่งช่วยช่วยนำไขมันร้ายในเลือดไปกำจัดที่ตับอีกด้วย

 

        การลดปริมาณน้ำตาลในอาหารจึงเท่ากับช่วยลดการอักเสบ ลดการสร้างไขมันไตรกลีเซอไรด์  และลดการสะสมไขมันในตับได้

        องค์การอนามัยโลกแนะนำให้กินน้ำตาลไม่เกิน10%ของความต้องการใน1 วัน  และจะยิ่งดีต่อสุขภาพหากกินน้ำตาลน้อยกว่า 5%ของความต้องการใน1วัน

       ฉะนั้นหากกินอาหารประจำวันให้ได้รับพลังงานตามคำแนะนำของธงโภชนาการ  ใน1วัน  แต่ละช่วงอายุควรกินน้ำตาลไม่เกินปริมาณที่กำหนด (คิดจากปริมาณน้ำตาล1ช้อนชา  หนัก5กรัม)  ดังนี้

1.เด็กอายุ6-13ปี  หญิงวัยทำงานอายุ25-60ปี  ผู้สูงอายุ60ปีขึ้นไป  ควรกินน้ำตาลไม่เกิน4-8ช้อนชา (ความต้องการพลังงานต่อวัน1,600กิโลแคลอรี)

2.วัยรุ่นหญิง-ชาย  อายุ14-25ปี ชายวัยทำงานอายุ25-60ปี  ควรกินน้ำตาลไม่เกิน5-10ช้อนชา(ความต้องการพลังงานต่อวัน2,000กิโลแคลอรี)

3.หญิง-ชายที่ใช้พลังงานมากๆ  เช่น  เกษตรกร  ผู้ใช้แรงงาน  นักกีฬา  ควรกินน้ำตาลไม่เกิน6-12ช้อนชา(ความต้องการพลังงานต่อวัน2,000กิโลแคลอรี)     

  เพราะน้ำตาลให้แต่พลังงานส่วนมาก  ไม่มีสารอาหาร  แถมเมื่อเข้าสู่ร่างกายยังกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเพิ่มความเสี่ยงการเกิดโรค  หากกินน้อยจะยิ่งดีต่อร่างกาย