ต้อนรับสู่บทความ

โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน Thai Herb อาการโรคกรดไหลย้อน

สมุนไพรรักษาโรค โรคกระเพาะ กรดไหลย้อน อาการโรคกรดไหลย้อน Thai Herb 

 

 

 ฉบับนี้ขอเล่าประสบการณ์การดูแลตนเองสักเรื่องหนึ่ง

     ผมมีอาการปวดท้องแบบโรคกระเพราะ เป็นๆ หายๆ มาได้ร่วม 30 ปี เคยได้รับการตรวจกระเพราะอาหาร ทั้งการเอ็กซเรย์กระเพราะแบบกลืนแป้งแบเรียมในยุคก่อน และการส่องกล้องหลายครั้งในยุคหลังๆ

 แรกเริ่มแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นอักโรคกระเพาะอักเสบเรื้อรังกินยากระเพราะซึ่งเดิมนิยมให้การรักษาด้วยยาน้ำต้านกรด (ยาน้ำขาวที่มีฤทธิ์เป็นด่าง) ร่วมกับยาเม็ดลดการสร้างกรดชนิดแรก (ได้แก่ ไซเมทิดีน) เป็นหลัก นานเป็นแรมเดือนแรมปีก็ทุเลา แต่เมื่อหยุดยาก็มีอาการกำเริบเป็นครั้งคราวสังเกตว่าดื่มกาแฟ น้ำอัดลม และเครื่องดื่มแอลกฮอล์ทีไรก็จะกำเริบทุกที จนหยุดเสพเครื่องดื่มเหล่านี้ไป สมุนไพรล้างพิษ

 

สมุนไพรรักษาโรค

  อาการปวดกระเพราะมีมาเรื่อยๆปะละ2-3ครั้ง บางครั้งต้องอาศัยยาทุกวันนานหลายเดือน หรือเป็นปีช่วงหลังพบว่าแม้แต่อาหารที่ไม่เคยให้เกิดอาการ ก็เป็นตัวกระตุ้นให้โรคกำเริบ เช่น อาหารมันๆ ของเปรี้ยว น้ำชา น้ำองุ่น มะเขือเทศและน้ำมะเขือเทศเป็นต้น

 ประมาณ 10 ปีมาแล้วที่แพทย์ให้การวินิจฉัยว่าเป็นโรคกรดไหลย้อนจากการส่องกล้องตรวจกระเพราะอาหาร ซึ่งทันต์แพทย์ก็ยืนยันตรงกันว่าเป็นโรคนี้เพราะตรวจพบรอยกร่อนของเคลือบฟัน ที่เกิดจากน้ำย่อยที่ไหลย้อนมากัดช่วงนอนหลับในเวลากลางคืนและตอนตื่นเช้าก็รู้สึกมีรสเปรี้ยวของกรดเป็นอันว่า อาการปวดกระเพราะของผมกลายเป็นมีสาเหตุจาก โรคกรดไหลย้อน ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตขึ้นมา เมื่อ10ปีก่อน และเป็นโรคยอดฮิตในปัจจุบัน

 สมัยก่อนทีจะมีการใช้กล้องสองตรวจวินิจฉัยโรคทางเดินอาหาร แพทย์มักวินิจฉัยโรคจากอาการที่ผู้ป่วยบอกเลาวา เป็นโรคกระเพราะบ้าง โรคกระเพราะอาหารอักเสบบ้าง ไมค่อยมีการพูดถึงโรคกรดไหลย้อนแล้วให้ยาต้านกรดและยาลดการสร้างกรดชนิดแรก(ไซเมทิดีน) ในการรักษา และแนะนำการปฏิบัติตัวต่างๆ ต่อมาเมื่อมีเทคนิคในการวินิจฉัยใหม่ซึ่งใช้กันเป็นพื้นฐานทั่วไปมาจนถึงปัจจุบัน คือการใช้กล้องส่องตรวจทางเดินอาหารจึงมีความแม่นยำชัดเจนในการบอกว่าอาการปวดกระเพราะของผู้ป่วยแต่ละคน ซึ่งอาจมีอาการคล้ายกัน คือ แสบลิ้นปี่เวลาหิวหรือท้องว่าง ก่อนอาหาร และ/หรือ จุกแน่นลิ้นปี่เวลาอิ่ม หรือหลังอาหาร มีสาเหตุจากโรคอะไร

  จากเทคนิคใหม่ในปัจจุบันจึงพบว่า สาเหตุพื้นฐานของอาการปวดกระเพราะซึ่งแต่เดิมไม่ค่อยได้วินิจฉัยกัน ได้แก่ โรคกรดไหลย้อน และ มะเร็งกระเพาะอาหาร ระยะแรกจริงๆแล้ว โรคเหล่านี้มีอยู่แต่เดิม แต่อาการคล้ายกับโรคแผลในกระเพราะอาหารที่ทุกคนคุ้นชิน จึงวินิจฉัยเป็นโรคเหล่านี้ไป

  แต่ก่อนมีบ่อยครั้งแพทย์ มัวแต่คิดว่าผู้ป่วย(ที่เป็นโรคมะเร็งกระเพราะระยะแรก)เป็นโรคแผลในกระเพราะอาหาร ให้ยารักษาโรคกระเพราะ ก็ทุเลาในช่วงแรก ต่อมาโรคลุกลาม กินยาไมได้ผล ไปตรวจอีกที จึงค่อยทราบว่าเป็นโรคร้าย ซึ่งก็สายเกินที่จะเยียวยา

 

สมุนไพรรักษาโรค 

 

 

 โรคกรดไหลย้อน ก็เช่นกัน แพทย์ก็มัวแต่คิดว่าเป็นโรคแผลในกระเพราะอาหาร ให้กินยารักษา โรคกระเพราะ ก็ดีขึ้นชั่วคราว เพราะเป็นยาที่ใช้รักษา โรคกรดไหลย้อน ได้เหมือนกัน แต่โรคกรดไหลย้อนมักจะเป็นเรื้อรัง พอหยุดยาก็จะกำเริบอีก จนต้องคอยกินยาไปเรื่อยๆที่ไม่หายขาดก็เนื่องเพราะ "โรคกรดไหลย้อน" มีความผิดปกติของ กล้ามเนื้อหูรูดที่ปลายหลอดอาหารคือเกิด การเสื่อมสมรรถภาพ (มักพบในคนอายุมากกวา40ปี แต่ก็พบในเด็กและคนวัยหนุ่มสาวก็ได้) กล้ามเนื้อหูรูดไม่สามารถรูดปลายหลอดอาหารได้สนิท จึงมีน้ำย้อย ไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการปวดแสบหรือจุกแน่นทีลิ้นปี่ บางครั้งมี#อาการเรอเปรี้ยวขึ้นที่คอหอย หรือมีอาการจุกที่คอหอย

  บางคนมีกรดไหลย้อนไปที่ลำคอ และช่องปากระคายเคืองส่วนต่างๆในช่องปาก ลำคอ และบริเวณโดยรอบ ทำให้มีอาการเจ็บคอ เสียงแหบ หรือ ไอทุกวัน เรื้อรังเป็นแรมเดือนแรมปีโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งตอนหลังตื่นนอนทุกเช้า บางคนไอหลังอาหารเกือบทุกมื้อ บางคนมีอาการฟันกร่อน (เพราะน้ำย่อยกัด) ไซนัสอักเสบเรื้อรัง (เพราะน้ำย่อยไหลย้อนเข้าไซนัส) โรคหืดกำเริบ (เพราะน้ำย่อยไหลเข้าหลอดลม) บางคนอาจสำลักเอาน้ำย่อยเข้าไปไปในปอด ทำให้ปอดอักเสบได้ หากปล่อยปละละเลย ไม่ได้รับการรักษานานๆเข้าอาจเกิดแผลที่ปลายหลอดอาหาร และปลายหลอดอาหารตีบ รวมทั้งอาจกลายเป็นมะเร็งหลอดอาหารได้

 ผมเริ่มทราบว่าอาการปวดกระเพาะของผมที่แท้เป็นโรคกรดไหลย้อนเมื่อราวๆ 10 ปีมาแล้ว ตอนแรกก็พึ่งแต่การกินยา ซึ่งหันมาใช้ยาลดการสร้างกรดกลุ่มใหม่ ซึ่งออกฤทธิ์ดีกว่ากลุ่มเก่า กินเพียงอย่างเดียว  (ไม่ต้องกินยายาต้านกรดชนิดน้ำรวมด้วยแบบแต่ก่อน) กินวันละ 1-2 มื้อ นับว่าสะดวกและได้ผลดีมาก แต่ก็ขาดยาไม่ได้ คือต้องกินแทบทุกวันนานเป็นแรมปี

 ต่อมาผมหันมาปฏิบัติตัวในการดูแลตนเองอยางจริงจังจนหยุดการใช้ยาได้แต่ถ้าเผลอหรือไม่อาจจะหลีกเลี่ยงกินอาหารที่เป็นต้นเหตุกำเริบ เช่น ของมัน ของเปรี้ยว หรือ กินอิ่มจัด หรือ กินแล้วล้มตัวลงนอนก็อาจมีอาการกำเริบ ต้องคอยกินยาแก้เพียง2-3วัน ไม่ต้องกินติดต่อกันนานๆ เหมือนเคย

 

สมุนไพรรักษาโรค

 

ผมใช้วิธีการดูแลตนเองในการเอาชนะโรคกรดไหลย้อน ดังนี้

  หลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มที่เป็นเหตุกำเริบ เช่น ของมัน ของเปรี้ยว (รวมทั้งผลไม้และน้ำผลไม้ที่มีรสเปรี้ยว หรือ มีฤทธิ์เป็นกรด) ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่ แต่โชคดีที่กินของเผ็ดและดื่มช็อกโกแลตได้ (ซึ่งอาจเป็นของต้องห้ามสำหรับผู้ป่วยบางคน)

 ระวังไม่กินอิ่มจัด กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้นและปริมาณน้อยลง ตามสูตร(อาหาร)เช้า(เป็น)หลัก หนัก(อาหาร)เที่ยง เลี่ยง(อาหาร)เย็น เว้น(อาหาร)ดึก เมื่อก่อนกินอาหารเย็นตอน 2-3 ทุ่ม หันมากินตอน 6โมงเย็นถึง1ทุ่มทิ้งช่วงอย่างน้อย 3 ชั่วโมงหลังอาหาร ค่อยเข้านอน

  หลังกินอาหาร หลีกเลี่ยงการนั่งก้มตัวคู้ตัวหรือล้มตัวลงนอนหรือยกของหนักปลดเข็มขัดและตะขอกางเกงให้หลวม

  กลางคืนนอนเตียงที่สามารถปรับให้ศีรษะสูงกว่าช่วงปลายเท้า ราว6นิ้ว นอนในท่าเอียงลาด ป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนไปที่ลำคอและช่องปากพกยาลดการสร้างกรด ไว้กินทันทีที่มีอาการกำเริบเมื่อเผลอไปทำเหตุกำเริบของโรคเข้า ซึ่งช่วงหลังจะเจอนานๆที

สั่งซื้อสมุนไพร รักษาโรคกระเพาะ โรคกรดไหลย้อน คลิกที่นี่