"รุ ล้อม รักษา" เบญจอำมฤตย์รักษามะเร็ง (ที่มา ดูแลสุขภาพ ไทยรัฐ)

เมื่อไม่นานที่ผ่านมามีข่าวคราวเรื่องสมุนไพรรักษามะเร็งอันโด่งดัง ซื่อว่า "ยาเบญจอำมฤตย์" ซื่งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกำลังศึกษาวิจัย เมื่อมีข่าวแพร่ไปเพียงไม่กี่วันก็ได้มีผู้ที่สนใจโทรเข้ามาสอบถามทางโรงพยาบาลอภัยภูเบศรเป็นจำนวนมาก ในวันนี้จึงขอนำความรู้เรื่องยาเบญจอำมฤตย์ ซึ่งอาจารย์คมสัน ทินกร ณ อยุธยา อาจารย์แพทย์แผนไทย ได้ให้ข้อมูลความรู้เอาไว้ดังนี้

"ตำรับยาเบญจอำมฤตย์" ปรากฎอยู่ในคัมภีร์แพทย์แผนไทยที่ชื่อว่า คัมภีร์ธาตุบรรจบ คำว่า "เบญจ" มีความหมายว่า ห้า ส่วนคำว่า "อำมฤตย์" หรือ อมฤต มีความหมายว่า น้ำทิพย์ หรือเครื่องทิพย์ เบณจอำมฤตย์ จึงน่าจะแปลได้ว่า เครื่องทิพย์ห้าประการ หรือน้ำทิพย์ทั้งห้า (หมายเหตุ ทางร้านจะเขียนว่าเบ็ญจะอมฤตย์)

แต่อย่างไรก็ตาม ในตำรับยานี้ไม่ได้มีสมุนไพรเพียง 5 ชนิด แต่ประกอบด้วยสมุนไพรทั้งสิ้น 9 ชนิด โดยตำรับยาดั้งเดิมได้ระบุไว้เกี่ยวกับส่วนประกอบและวิธีทำยาตำรับนี้ ไว้ดังนี้

เบญจอำมฤตย์ สมุนไพรรักษา ต้าน ป้องกัน โรคมะเร็ง Thai Herb

เบญจอำมฤตย์ สมุนไพรรักษา ต้าน ป้องกัน โรคมะเร็ง Thai Herb

เบญจอำมฤตย์ สมุนไพรรักษา ต้าน ป้องกัน โรคมะเร็ง Thai Herb

 

"เอามหาหิงค์ 1 ยาดำบริสุทธิ์ 1 เอาสิ่งละ 1 สลึง รงทอง 2 สลึง มะกรูด 3 ผล มหาหิงค์ ยาดำรงทอง ใส่ในมะกรูดสิ่งละผล แล้วเอามูลโคพอกสุมไฟแกลบให้สุก ขิงแห้ง 1 ดีปลี 1 พริกไทย 1 เอาลิ่งละ 1 สลึง รากทนดี 2 สลึง ดีเกลือ 4 บาท ยาห้าสิ่งนี้ประสมกับมะกรูดที่สุมไว้ ทำเป็นจุณละลายน้ำส้มมะขามเปียกให้รับประทานน้ำหนัก 1 สลึง ฟอกอุจจาระอันลามกให้สิ้นโทษ ชำระลำไส้อันเป็นเมือกมัน และปะระเมหะทั้งปวง"

 

ตัวยา 3 ชนิด คือ มหาหิงค์ ยาดำ และรงทอง ต้องนำมาสะตุ (การทำให้ตัวยามีพิษน้อยลง) นำไปใช้โดยนำตัวยาใส่ผสมมะกรูด ห่อด้วยมูลโค แล้วหมกในแกลบข้าวเผาไฟ ซึ่งการสะตุยาในวิธีที่ได้ระบุไว้นี้ แม้ปัจจุบันจะยังไม่ทราบเหตุผลว่า เหตุใดจึงใช้มะกรูด มูลโค และแกลบข้าว แต่อย่างน้อยจากประสบการณ์ของหมอแพทย์แผนไทยก็มั่นใจได้ว่า การสะตุยาแบบนี้จะทำให้ได้เครื่องยาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพดี

เบญจอำมฤตย์ สมุนไพรรักษา ต้าน ป้องกัน โรคมะเร็ง Thai Herb


จากข้อสังเกตของหมอแผนไทยหลายท่านให้ความเห็นว่า "ยาเบญจอำมฤตย์" จัดเป็นยารุ หรือ ยาขับท้องเสีย (ซึ่งสมัยโบราณไม่ได้หมายถึงเพียงแค่อุจาระ แต่สรรพคุณดั้งเดิมจะรวมถึงการขับถ่ายลม น้ำเหลือง เลือดที่เป็นพิษ) ออกจากร่างกาย เนื่องจากมีเครื่องยาหลัก คือ มหาหิงค์ ยาดำ รงทอง เมื่อรุของเสียออกแล้ว จะให้ยาบำรุงตำรับอื่นควบคู่ไปด้วย เมื่อผู้ป่วยมีกำลังกายดีขึ้น หมอจะให้ยาล้อมอาการข้างเคียงของโรค และรักษาที่ต้นทางของโรคตามที่หมอวินิจฉัย หลังจากนั้นจึงปรับธาตุต่อไปจนผู้ป่วยกลับมามีร่างกายสมบูรณ์เป็นปกติ ตรงตามหลักการแพทย์แผนไทยที่ว่า "รุ ล้อม รักษา" นั้นเอง

เบญจอำมฤตย์ สมุนไพรรักษา ต้าน ป้องกัน โรคมะเร็ง Thai Herb

กล่าวโดยสรุปได้ว่า มะเร็ง ในมุมมองการแพทย์แผนไทย หมายถึง การมีของเสียสะสมอยู่ การขับของเสียสามารถใช้ "ยาเบณจอำมฤตย์" ได้ แต่ต้องใช้ร่วมกับตำรับอื่นๆ เพื่อใช้ในการรักษาต้นทางของโรคและบำรุงร่างกายให้แข็งแรง การใช้ยาตำรับนี้ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีฤทธิ์เป็นยาถ่ายอย่างแรง ผู้ป่วยที่กำลังกายไม่ดี อาจจะต้องใช้การบำรุงก่อนให้ยารุ นอกจากนี้แล้ว การรักษามะเร็งยังต้องควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรมด้วย ซึ่งในทางการแพทย์ก็จะมีการแนะนำให้งดอาหารแสลง และรับประทานอาหารที่เหมาะสมกับโรคตลอดการรักษา การปรับจิตใจ และพักผ่อนที่เพียงพอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการรักษาด้วยการแพทย์แผนไทยเป็นการรักษาแบบองค์รวมอย่างแท้จริง

เบญจอำมฤตย์ สมุนไพรรักษา ต้าน ป้องกัน โรคมะเร็ง Thai Herb


ยาเบญจอำมฤตย์ ให้ผลดีผู้ป่วยมะเร็ง (ไทยโพสต์)
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก รายการสโมสรสุขภาพ โพสต์โดย คุณ Up2smileTVHD2 สมาชิกเว็บไซต์ยูทูบดอทคอม

          อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยฯ เผย ผลทดสอบยาตำรับเบญจอำมฤตย์ในผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายได้ผลดี ทำราคาสมุนไพรในตำรับดีดตัวสูงเท่าตัว วอนพ่อค้าคนกลางอย่าฉวยโอกาสขึ้นราคา   

          เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2557 นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาตำรับยาสมุนไพรต้านมะเร็งตับว่า หลังจากเปิดตัวตำรับเบญจอำมฤตย์ โดยทดลองให้บริการกับผู้ป่วยโรคมะเร็งตับระยะสุดท้ายที่โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ผสมผสาน (ยศเส) จำนวน 50 คน เป็นผู้ชาย 35 คน ผู้หญิง 15 คน เพื่อติดตามผลการใช้ยาตำรับดังกล่าว พบว่า ตลอดระยะเวลา 20 วัน ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น

          โดยผู้ป่วยมีอาการตาเหลือง ตัวเหลืองลดลง เวียนศีรษะลดลง คลื่นไส้อาเจียนลดลงเมื่อทานมาก อาเจียน เจ็บชายโครงขวาลดลง ท้องอืดหลังทานอาหารดีขึ้น นอนหลับพักผ่อนนานขึ้น ท้องบวมลดลง เรอ ผายลมได้ หายใจไม่ทั่วท้องดีขึ้น ส่วนอาการปวดหลัง ก้นกบ เมื่อยตามกระดูกก็ลดลง การขับถ่ายอุจจาระดีขึ้น แต่อาการท้องบวม อ่อนเพลีย ขาทั้งสองข้างบวมและชายังคงเดิม อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลยังต้องการอาสาสมัครที่เป็นมะเร็งตับระยะสุดท้ายอีก 150 คน เพื่อเข้าโครงการติดตามผลจากการใช้ยา

          ทั้งนี้ การกินยาตำรับเบญจอำมฤตย์นั้น หมอแพทย์แผนไทยจะจ่ายยาสมุนไพรเสริมตำรับตามอาการร่วมที่พบด้วย มิได้รักษาเฉพาะตำรับอย่างเดียว เช่น หากมีอาการวิงเวียนจะจ่ายยาขิง หรือยาหอมตามคัมภีร์ธาตุบรรจบ หากมีอาการบวมจะจ่ายยากลุ่มปรับสมดุลและขับปัสสาวะ หากมีอาการเพลียให้หยุดยา แต่ยังคงติดตามประสิทธิผลและความปลอดภัยในการใช้ยาเบญจอำมฤตย์ต่อเนื่องต่อไป

เบญจอำมฤตย์ สมุนไพรรักษา ต้าน ป้องกัน โรคมะเร็ง Thai Herb

          อย่างไรก็ตาม ขณะนี้พบว่า มีประชาชนนำสมุนไพรในตำรับยาดังกล่าวไปต้มน้ำรับประทานเอง จึงต้องขอเรียนว่า สมุนไพรเหล่านี้มีพิษในตัว การต้มน้ำรับประทานเองจึงทำให้ได้รับพิษ และยังรับประทานเกินขนาดจะส่งเกิดอันตรายต่อตับ ไต อวัยวะภายใน และทำให้เซลล์ทำงานผิดปกติ ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ ไม่ควรนำยาไปรับประทานเอง

          นพ.ธวัชชัย กล่าวต่ออีกว่า ภายหลังที่ออกข่าวว่ายาตำรับดังกล่าวมีคุณสมบัติในการรักษาโรคมะเร็งตับนั้น กลับส่งผลให้พ่อค้าขึ้นราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตตำรับยาเบญจอำมฤตย์พุ่งสูง เป็นเท่าตัว คือ

         รงทอง ที่ราคาเพิ่มขึ้นจากกิโลกรัมละ 300-400 บาท เป็น กิโลกรัมละ 800-1,000 บาท

         ยาดำ จากราคากิโลกรัมละ 400-500 บาท เป็นกิโลกรัมละ 600-800 บาท

         มหาหิงคุ์ จากราคากิโลกรัมละ 350-450 บาท เป็นกิโลกรัมละ 400-500 บาท

         ขิงชิ้น จากราคากิโลกรัมละประมาณ 600 บาท ขึ้นเป็น 800 บาท

         พริกไทย จากราคากิโลกรัมละ 500 บาท เป็นกิโลกรัมละ 600 บาท

         ดีปรี จากราคากิโลกรัมละ 300 บาท เป็นกิโลกรัมละ 350 บาท

         ผิวมะกรูด จากราคากิโลกรัมละ 100 บาท เป็นกิโลกรัมละ 200 บาท เป็นต้น

         ทั้งนี้ นพ.ธวัชชัย จึงอยากวิงวอนให้พ่อค้าวัตถุดิบสมุนไพรเห็นใจผู้ป่วย อย่าฉวยโอกาสขึ้นราคาส่วนประกอบของยา โดยขณะนี้ โรงพยาบาลอู่ทองที่เป็นแหล่งผลิตในภาคกลางมีสต็อกวัตถุดิบ สามารถผลิตได้อีกประมาณ 2 แสนเม็ด ซึ่งขณะนี้ราคาต่อเม็ดอยู่ที่ 5 บาท พร้อมกันนี้ ทางกรมจะเร่งจัดทำตลาดกลางวัตถุดิบครบวงจรในภาคต่าง ๆ และตั้งเป้าส่งเสริมให้เกษตรกรไทยหันมาปลูกพืชสมุนไพรให้มากขึ้น เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบสมุนไพรและราคาที่ไม่เป็นธรรม

สั่งซื้อ คลิกที่นี่